การค้นคว้าวิจัยเพื่อหาทางรักษาโรคเอดส์ยังคงดำเนินต่อไป

โรคเอดส์เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งมีสาเหตุจากเชื้อ ไวรัสเอชไอวี (HIV)

เป็นไวรัสที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์บกพร่องผิดปกติ ไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะไวรัสเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซต์หรือเม็ดเลือดขาวซีดี4 ทำให้มีปริมาณลดลงเรื่อยๆ ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายลดน้อยลง จนไม่สามารถปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย เกิดภาวะแทรกซ้อนและถึงแก่ชีวิตในที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามรณรงค์เพื่อลดการเกิดผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้ลดน้อยลงกว่าในอดีตพร้อมทั้งได้บรรจุการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ในโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีมากขึ้น ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดอัตราการตายก่อนเวลาอันควรลงได้เป็นอันมาก แต่เนื่องจากปริมาณผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในประเทศไทยมีจำนวนมาก จึงเป็นปัญหาสุขภาพและสาธารณะหนึ่งที่สำคัญและมีระดับความรุนแรงอย่างมากต่อผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ

ปัจจุบันถ้าผู้ป่วยมีวินัย กินยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างเคร่งครัด ภายใต้การดูแลของแพทย์ก็มีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ในอนาคตผู้ป่วยอาจไม่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต ถ้าตรวจพบเร็ว รักษาทันที 9 สัปดาห์หลังรับเชื้อเอชไอวี และกินยาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอ นับเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของผู้ป่วยโรคเอดส์ เมื่อหลายประเทศได้ทยอยเผยแพร่งานวิจัยการรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ ซึ่งตอนนี้ทั่วโลกมีรายงานว่ามีผู้ป่วยที่หายจากโรคเอดส์แล้ว 20 กว่าคนที่โด่งดังสุด คือกรณีของ ทิโมธี บราวน์  ที่นอกจากจะเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ยังเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอิลอยด์ชนิดเฉียบพลันด้วย บราวน์ได้รับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยการใช้เคมีบำบัด เพื่อทำลายระบบภูมิคุ้มกันเดิมและสร้างระบบภูมิคุ้มกันขึ้นใหม่ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูกผู้อื่น

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

กำลังทำวิจัยเกี่ยวกับการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรกให้มีโอกาสหายขาดได้ โดยผู้ป่วยจะต้องตรวจพบเร็ว จะให้กินยาทันทีก็จะมีโอกาสรักษาหายได้ โดยคำว่ารักษาในที่นี้หมายถึงร่างกายควบคุมไม่ให้เชื้อเอชไอวีทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกายได้เอง โดยไม่ต้องกินยาทุกวันทั้งชีวิตเหมือนผู้ป่วยเอดส์ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้หมดสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่งานวิจัยของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กำลังอยู่ในขั้นทดลอง ได้พบกรณีศึกษาผู้ป่วยคนหนึ่งที่ตัดสินใจหยุดยาเองเมื่อ 7 ปีก่อน หลังจากกินยาต่อเนื่องมานาน 11 ปี ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการ ผลจากการตรวจเลือดไม่พบเชื้อเอชไอวี ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคเอดส์

การศึกษาวิจัยเพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง

มะเร็ง เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ

ที่ DNA หรือสารพันธุกรรมส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์รวดเร็วและมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และในที่สุดก็จะ ทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้นเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะการเจริญเติบโตของหลอดเลือด ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใดก็จะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้นเช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็ง เม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

การศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับสารบ่งชี้มะเร็ง จากซีรั่ม พลาสมา เม็ดเลือด และเนื้อเยื่อของผู้ป่วยเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งระยะเริ่มแรก หรือเพื่อการพยากรณ์ และติดตามผลการรักษาโรคมะเร็ง โดยศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆของการตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งเพื่อพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และประหยัดยิ่งขึ้น ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับสารเคมีและพืชทานได้เพื่อหาสารที่มีคุณสมบัติในการก่อหรือยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งในสัตว์ทดลอง ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการเกิด และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในระดับเซลล์และโมเลกุล

การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการที่ได้จากการศึกษาและวิจัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องภายในสถาบันมะเร็งแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆทั้งภาครัฐและเอกชน  และการให้บริการตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งเพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งระยะเริ่มแรก หรือการพยากรณ์ และติดตามผล การรักษาโรคแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกของสถาบันมะเร็งแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆทั้งภาครัฐ และเอกชน

กลุ่มวิจัยยังได้ขยายงานวิจัยเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อการรักษา

เนื่องจากในปัจจุบันพบโรคหลายชนิดที่เกิดจากการเสื่อมหรือการถูกทำลายของอวัยวะที่มีสาเหตุจากอายุที่สูงขึ้นของประชากรหรืออุบัติเหตุหรือการเกิดพยาธิสภาพของโรคที่ทำให้อวัยวะนั้นถูกทำลาย การวิจัยเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำในปัจจุบันมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การพัฒนาด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ เพื่อให้สามารถพัฒนานำมาใช้ทดแทนเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่มีความเสื่อมหรือถูกทำลาย เนื่องจากในปัจจุบันการบริจาคอวัยวะยังไม่เพียงพอต่อจำนวนของผู้แจ้งความประสงค์ในการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดจึงเป็นความหวังของผู้ป่วยที่ต้องการได้รับอวัยวะเพื่อทดแทนอวัยวะที่ถูกทำลายซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตตลอดจนอายุขัยที่นานขึ้น

เมื่อวิจัยทางการแพทย์กลายเป็นธุรกิจ

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้ามาก ช่วยให้สามารถวินิจฉัยและให้ผลการรักษาโรคบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่บ่อยครั้งก็เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เพิ่มสูงมากจนเกินกว่ารัฐและสาธารณะชนจะรับได้ การใช้ยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แพง บ่อยครั้งก็มิได้มีประสิทธิผลอย่างที่คาดหวังหรือไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป จึงมีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการบริการและเสริมสร้างสุขภาพ โดยมีเป้าหมายคือ “Good health at low cost” หรือ “สุขภาพดี แต่ค่าใช้จ่ายต่ำ” แม้รัฐอาจมีความประสงค์ที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ แต่ก็มีอุปสรรคมากมาย เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อและผลประโยชน์ของคนหลายฝ่าย

สังคมไทยเป็นสังคมที่มักง่ายและไม่ค่อยมีระเบียบ จึงเกิดโรคมากมายที่มีสาเหตุจากการละเลยวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อมีสุขภาพที่ดี (healthy life style) และต้องสูญเสียเงินทองมหาศาลเพื่อการรักษา การรณรงค์ “เพื่อการไม่สูบบุหรี่” และ “เมาไม่ขับ” เป็นส่วนหนึ่งที่พยายามลดการเจ็บป่วยจากพฤติกรรมเสี่ยง (risky behavior) บางโรค เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AID) ต้องรักษาด้วยยาราคาแพง และในกรณีรัฐหรือเงินภาษีเป็นผู้จ่ายค่ารักษา จึงมีคำถามว่าเป็นเรื่องสมควรและยุติธรรมหรือไม่ ที่ผู้อื่นต้องร่วมเป็นผู้จ่ายค่ารักษาโรค ทั้ง ๆที่เจ้าตัวเป็นคนก่อ

การบริการสุขภาพกลายเป็นธุรกิจ(commercialization) ก็เป็นสาเหตุทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพแพง ในยุคก่อนนั้น แพทย์มีคติว่า “medicine is an art, not a trade” หรือ “การแพทย์เป็นศิลปะ มิใช่เป็นธุรกิจ” แต่สำหรับยุคปัจจุบัน ทุกคนกลับยอมรับความเป็นธุรกิจในการบริการทางการแพทย์ ซึ่งก็มีข้อดีคือทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อให้ผู้มารับบริการประทับใจมากที่สุด และนำไปสู่การพัฒนายาและเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อการบริการและการรักษาที่ดีขึ้น แต่บ่อยครั้งการเน้นความเป็นธุรกิจมากเกินไปก็เกิดผลเสีย การทำธุรกิจก็ย่อมต้องมี่การส่งเสริมการขายและการตลาด ต้องมีการโฆษณาชวนเชื่อ เช่นมีอาคารและห้องพักที่หรูเทียบโรงแรมห้าดาว หรือมีเครื่องมือแพทย์หรือมีวิธีการการรักษาที่พิเศษกว่าที่ที่อื่น

การแพทย์มีความเจริญจนสามารถพิชิตโรคต่าง ๆ และทำให้คนมีอายุยืนมากขึ้น แต่การแพทย์เริ่มพัฒนาขยายวงเพื่อพิชิตสิ่งที่เป็นขบวนการธรรมชาติและไม่สามารถนับว่าเป็นโรค เช่นคนไม่สวยก็ผ่าตัดให้สวยได้ คนผิดหวังเกิดความเครียดก็มียาลดเครียด คนแก่ก็รักษาไม่ให้ดูแก่ มียาปลูกผมสำหรับคนหัวล้าน ยาช่วยขยายหลอดเลือดที่อวัยวะเพศสำหรับผู้ชายที่สมรรถภาพทางเพศเสื่อม จนเส้นแบ่งระหว่างพยาธิสภาพ(pathology)ของความเป็นโรคและการเสื่อมถอยของสังขารตามธรรมชาติ(senescence) ก็ดูคลุมเครือ ยาที่ใช้พิชิตขบวนการธรรมชาติที่มนุษย์ไม่พึงประสงค์นั้นเรียกว่า “ยาเปลี่ยนวิธีชีวิต” หรือ life style drugs ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีประโยชน์โดยตรงกับสุขภาพของประชาชน แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำเงินทำทองมหาศาลให้อุตสาหกรรมยา

โครงการศึกษาวิจัยโอกาสทางธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์หลายด้าน เช่น Genomics, Proteomics, Stem cell, Cancer Biology ก้าวหน้ามากในทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างก้าวกระโดด มีการค้นพบวิธีการวินิจฉัยโรค การรักษาโรค และการป้องกันโรคใหม่ๆ จำนวนมากที่มีประสิทธิภาพสูง ประเทศไทยติดตามกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยีที่ปลายทาง ดังนั้น ความท้าทายของประเทศไทยจึงอยู่ที่การวิจัยและเทคโลยีด้านการแพทย์ทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยทางคลินิกโดยอาศัยโอกาสที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมาก และหลากหลายที่มารับบริการที่สถานพยาบาล รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคประจำถิ่น โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ (emerging & reemerging diseases) หลายโรค มาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างผลงานวิจัยงานวิจัยที่เป็นความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถนำมาใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์ และการเป็นศูนย์กลางวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ในภูมิภาค

โครงการศึกษาวิจัยโอกาสทางธุรกิจและการเพิ่ม Value Creation สำหรับอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการคือ

-การศึกษาแนวทางการสร้าง Value Creation และโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยได้ศึกษาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ และแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

-การจัดทำฐานข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐใช้ในการกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรม

-การจัดทำคู่มือแนวทางการเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ในเชิงเทคนิคและวิศวกรรม เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้ผู้ที่มีส่วนในการจัดซื้อจัดจ้างได้พิจารณา

ความสำคัญของการพัฒนาธุรกิจของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสินค้าของตนให้มี Value Creation สูงขึ้น การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการรักษาคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายคนยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและให้ความสำคัญน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันในอนาคต

ธุรกิจการแพทย์จะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าธุรกิจการแพทย์จะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการแข่งขันก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย เกาหลีใต้และฮ่องกง ที่กำลังจับตลาดคนไข้ต่างชาติเช่นเดียวกับไทยแล้ว ดังนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงลำดับต่อไปก็คือ การเลือกลงทุนในสาขาการแพทย์ที่โดดเด่นและมีศักยภาพ เติบโตสูงในอนาคต โดยพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมทางสังคม และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งพอจะจำแนกออกได้ ดังนี้

1.สาขาการแพทย์ที่จับตลาดกลุ่มคนไข้เด็ก ปัจจุบันครอบครัวทั่วโลกต่างมีบุตรน้อยลง ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ต่างทุ่มเทเอาใจใส่ต่อบุตรหลานอย่างเต็มที่ยิ่งทางด้านสุขภาพแล้วพ่อแม่ จะเต็มใจและยินดีที่จะจ่ายโดยไม่ลังเล โดยเฉพาะโรคที่เป็นเรื้อรัง หรือความพิการที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด และต้องใช้ระยะเวลารักษา รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายสูง การรักษาพยาบาล ในประเทศของตนเอง อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง การเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยย่อมจะช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก

2.สาขาการแพทย์ที่จับตลาดกลุ่มคนไข้สูงอายุ ซึ่งมีกำลังซื้อจากเงินเก็บสะสมรวมทั้งเงินสวัสดิการที่ภาครัฐจ่ายให้โดยเฉพาะ ประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจสูง ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น และในขณะที่สัดส่วนประชากรสูงอายุของต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ประเทศเหล่านั้นกำลังเผชิญปัญหาการจัดหาบริการทางด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้สูงอายุ ของภาครัฐที่ไม่พอเพียง ในขณะเดียวกัน ก็ยังส่งผลกระทบไปถึงการให้บริหารผู้ป่วยในกลุ่มอื่นๆตามไปด้วย ฉะนั้นที่ผ่านมา กลุ่มผู้สูงอายุจากประเทศต่างๆ จึงเดินทางเข้ามารับบริการ สุขภาพ และการท่องเที่ยวระยะยาวในไทย ทั้งที่ออกค่าใช้จ่ายเอง หรือภาครัฐของประเทศเหล่านั้นออกค่าใช้จ่ายให้ ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการส่งออกพบว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มี ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2547 จำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปมีสูงถึง 24 ล้านคนหรือคิดเป็นร้อยละ 19.5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และภายในปี 2557 ญี่ปุ่นจะมีผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 25 ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลให้ความต้องการทางด้านบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรองรับคนสูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งนับเป็นภาระที่หนักสำหรับภาครัฐของญี่ปุ่น ที่จะต้องผลิตบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรองรับคนหนุ่มสาวรวมทั้งคนสูงอายุ ดังนั้น ที่ผ่านมาคนญี่ปุ่นจึงนิยมเดินทางไปรักษาพยาบาลยังต่างประเทศ โดยการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งไทยเองมีความพร้อมที่จะรองรับคนไข้ในกลุ่มนี้ได้ ทั้งในด้านบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญการรักษาโรคเฉพาะด้านการดูแลเอาใจใส่ที่ดี เป็นต้น

3.กลุ่มลูกค้าที่ต้องการบริการศัลยกรรมตกแต่ง ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการให้บริการศัลยกรรมตกแต่งค่อนข้างสูง ทั้งการทำศัลยกรรมเพื่อลดปมด้อย ลดความผิดปกติ หรือ เสริมสัดส่วนภายในร่างกายให้ดูดีหรือสวยงามขึ้น ซึ่งแล้วแต่วัตถุประสงค์เฉพาะบุคคล เช่น การเสริมจมูก ทำตา เสริมคาง เสริมทรวงอก ดูดไขมัน และผ่าตัดแปลงเพศเป็นต้น โดยที่ผ่านมา ทักษะฝีมือของแพทย์ไทย เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ประการสำคัญ การทำศัลยกรรมในไทย ยังช่วยให้คนไข้สามารถประหยัดค่าจ่ายลงไปได้มาก เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย ในการใช้บริการในต่างประเทศ ทำให้ปัจจุบันนี้มีการเปิดคลินิกด้านศัลยกรรมกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งตามโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป เพื่อรองรับคนไข้ชาว ต่าง ชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละรายก็มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการรักษาสูงกว่าการรักษาพยาบาลทั่วๆไป

เป็นที่น่าสังเกตว่า การให้บริการคนไข้ชาวต่างชาตินั่น มิได้จำกัดอยู่เพียงโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจประเภทเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม ก็มีความสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการให้บริการลูกค้าในกลุ่มนี้ได้เช่นเดียวกัน อาทิ คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ธุรกิจบริการรับจัดส่ง แม่บ้าน พี่เลี้ยง หรือพยาบาล สำหรับเด็ก และผู้สูงอายุ ที่เจ็บป่วย หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สำหรับชาวต่างชาติที่พักอาศัย ทำงาน หรือเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นระยะเวลานานๆในไทย หรือธุรกิจนำเที่ยว เชิงสุขภาพเพื่อขายโปรแกรมท่องเที่ยวที่เน้นบริการด้านสุขภาพควบคู่ไปกับการพักผ่อน เช่น โปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพ และโปรแกรมลดความเครียด รวมทั้งการตรวจสุขภาพ โดยพักในโรงแรม ระดับ 5 ดาว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่สามารถนำมาให้บริการกับคนไข้ชาวต่างชาติและผู้ติดตาม อาทิ ธุรกิจสปา ธุรกิจร้านเสริมความงาม ธุรกิจนวดแผนไทย ธุรกิจสมุนไพรไทย ธุรกิจด้านที่พักในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เข้ามารองรับตลาดครอบครัวคนไข้ชาวต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวที่ ติดตามคนไข้เข้ามา และต้องการพักอาศัยอยู่ใกล้ๆกับโรงพยาบาล เป็นต้น

รวบรวมธุรกิจ SMEs มากมายจากทั่วประเทศ ทั้งในด้านการตลาด การเงิน การขาย โฆษณา